ราคาน้ำยางพาราเป็นคู่ปรับเด่น

ลงประกาศเมื่อ 30 พ.ค. 2560 อัพเดทล่าสุด 30 พ.ค. 2560 21:33:36 น. เข้าชม 15 ครั้ง

รูปภาพประกาศ

รายละเอียดประกาศ

การปลูกก่อสวนยาง ๑. เขตที่จะใช้ปลูกยาง ราคาน้ำยางพารา ควรใช้ดินที่เหมาะสมแก่การปลูกยางจริงๆ คือ ต้องเป็นดินร่วน ดินชั้นล่าง ต้องไม่เป็นหินดินดาน หรือลูกรังมากเกินไป หรือเป็นที่ทรายจัด หรือเป็นที่ลุ่มที่ขุดลงไปไม่เกิน ๑.๕ เซ็นต์ก็มีน้ำ หรือเป็นที่ที่น้ำท่วมในฤดูฝนเป็นเวลานานทุกปี ย่อมไม่พอเหมาะที่จะปลูกต้นยาง ควรจะปลูกพืชยืนต้นวิธีอื่นที่พอเหมาะกับสภาพของดิน จะได้ประโยชน์มากกว่า ราคาน้ำยางการปลูกรังสรรค์สวนยางให้ได้ผลดี จำเป็นจะต้องเรียนรู้ถึงวิธีปฏิบัติในการปลูก และการทะนุถนอมเก็บรักษาสวนยางให้หยั่งถึงโดยตลอดเสียก่อน ๒.ราคาน้ำยางพารา การเตรียมภูมิประเทศ จะต้องพิจารณาถึงข้อเด่นที่ควรระวัง ๓ ประการ คือ ๑)ราคาน้ำยางพารา หญ้าคา เป็นปฎิปักษ์เอ้ของต้นยาง และพืชทุกชนิด จะต้องเขี่ยให้หมดก่อนที่จะโค่นไม้ป่า หรือไม้ใหญ่ลง อาจทำได้โดยขุดเอารากออก หรือใช้ยาภิท ถ้าทิ้งไว้ภินท์ภายหลังการโค่น หญ้าคาจะยิ่งเติบโตเพิ่มขึ้นด่วนขึ้น ด้วยเหตุว่าเป็นที่โล่งแจ้ง ปราศจากร่มเงา จะปราบยากลำบากยิ่งขึ้น ส่วนวัชพืชแบบอื่นนั้น ถ้าเอาไว้คลุมดิน หรือเอาไว้คุ้มครองการพังทลายของดิน หรือรักษาการซักฟอกของน้ำฝนบ้างตกลง แต่จะต้องหวดให้ต่ำอยู่เสมอ อย่าให้สูงเกินกว่า ๕๐ เซนติเมตร และไม่ให้วู่วาม 2เข้าใกล้แนวปลูกต้นยาง วัชพืชทุกชนิด จะต้องอยู่***งจากต้นบางทุกด้าน ไม่น้อยกว่า ๑ เมตร แต่ถ้าปลูกพืชคลุมดินแทนวัชพืชได้จะเป็นค่ามาก หามิได้จะฉลุยแก่การดูแลเยียวยารักษาแต่ แต่จะช่วยให้ดินได้รับความชุ่มชื่น และได้รับธาตุข้าวปลาอาหารเพิ่มให้ขึ้นอีกด้วย ๒) ดินบน ย่อมมีค่าแก่ไม้ใหญ่มาก ถ้าใช้รถแทรกเตอร์ช่วยขุดโค่น และตระเตรียมดิน จะต้องระวังหน้าดิน อย่าให้ถูกกลบเสียหายไปเสียไม่ได้ผล ๓) แมลง และสิงสาราสัตว์ เช่น ปลวก เม่น ฯลฯ ที่จะกัดกินต้นยาง จำต้องจะต้องหาทางคุ้มกันโดยไม่ทำเอาสวนรกรุงรัง วัชพืชในสวนยางพารา วัชพืชในสวนยางพารา ๓. ราคาน้ำยางพาราการกะระยะการปลูก ภายหลังที่ปราบหญ้าคา และได้โค่นไม้ใหญ่ลงหมดแล้ว ขั้นต่อไปจะต้องจัดเตรียมดินขุดหลุมไว้ให้กับที่จะปลูกได้ทันทีทันควัน จนถึงถึงฤดูฝน ในการเตรียมดินและขุดหลุม ควรพินิจพิเคราะห์ถึงสภาพของพื้นที่เสียก่อน ว่าเป็นสนามหญ้า หรือเป็นที่ควนเขา ทางน้ำที่มีอยู่เดิมใช้ได้ดีหรือไม่ ถ้าเป็นทุ่ง ข้อสงสัยก็มีปางแต่การทำลำรางขับถ่ายน้ำแค่นั้น ถ้าเป็นที่ควนเขาหรือเป็นที่เนินลาด จะต้องหาวิธีป้องกันมิให้ฝนชำระดินด้วย โดยทำหรือแต่งที่ควนเขาให้เป็นขั้นๆ ราวกับกับขั้นบันได (terrace) บนขั้นจะมีชานดินโล่งไม่น้อยกว่า ๑.๕ เมตร ควรจะปลูกต้นยางให้เติบโตได้เต็มที่ ถ้าเป็นที่ลาดบิดน้อย ควรจะทำคู และคันขวางดักน้ำไว้เป็นระยะๆ ในทางประพฤติที่ดีในอาณาจักร ๑ ไร่ ควรจะมีต้นยางที่ได้ขนาดกรีดแล้วพ่างไร่ละประมาณ ๕๐-๕๕ ต้น ในการปลูก จำต้องต้องปลูกสำรองต้นตาย หรือต้นแคระแคระไว้ด้วย ดังนั้น ในการกะระยะปลูกควรรำลึกถึงจำนวนต้น และคิดถึงถึงความเติบใหญ่ของต้นยาง อย่าให้แทรกกันจนเป็นเหตุให้ต้นแคระแกร็น ถ้าปลูกด้วยต้นกล้าจะต้องปลูกให้ได้ไร่ละคาดคะเน ๘๐ ต้น เนื่องจากต้นกล้าถ้าหากจะเป็นเมล็ดจากต้นตระกูลดีพางใดก็ตาม ย่อมจะมีต้นอ่อนแอ และอาจเป็นเมล็ดที่ถูกผสมกับต้นอื่นๆ จึงต้องปลูกเผื่อเหลือเผื่อขาดไว้เล็กน้อย และถ้าปลูกด้วยตอปักชำ หรือต้นปักชำ หรือจะปักชำในแปลงภายหลัง ต้นที่ใช้ปลูกแผนกนี้ เป็นชนิดแท้ ไม่กลาย จะปลูกปางไร่ละกะ ๗๐ ต้น เฉพาะก็พอ (๑) ราคาน้ำยางพาราถ้าเป็นพท.ราบ ควรปลูกแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้าโดยใช้ระยะให้ใกล้กับสีแง่จัตุรัส เช่น ๔x๕ เมตร ๔.๕x๕ เมตร ๓.๕x๖ เมตร ถ้าต้องการปลูกพืช เพราะหารายได้เป็นการชั่วคราวระหว่างแถวยาง หรือเป็นที่ที่มีฝนชุกปรารถนาให้เปลือกหุ้มต้นยางแห้งเร็ว จะใช้ระยะตามข้อ (๒) ก็ได ้ ระยะตามข้อ (๒) ถ้าใช้ในที่โล่งกู่เรียกว่า ปลูกแบบถนน ถ้าไม่อยากปลูกพืช เพราะหารายได้ หรือปราศจากวัตถุประสงค์ดั่งอื่นแล้ว ก็ไม่ต้องที่จะใช้ระยะตามข้อ (๒) เนื่องจากจะทำเอาเกิดภาระในการปราบวัชพืชเพิ่มให้มากขึ้น เว้นแต่ว่านั้น การที่เปิดช่องไว้กว้างไกล จะเป็นเหตุให้รับลมมากเกินไป ถ้ามีลมแรง หรือพายุ ต้นยางอาจหัก หรือโค่นลงได้ ต้นยางพันธ์เดิมซึ่งเป็นชนิดเลว ต้นยางจำพวกเดิมซึ่งเป็นจำพวกเลวให้น้ำยางน้อย จึงต้องโค่นทิ้ง และปลูกยางพันธุ์ดีที่ให้น้ำยาเคมีงมากกว่าเดิมหลายเท่าแทน (๒) ถ้าเป็นที่ควนเขาหรือที่ลาด ควรใช้ระยะระหว่างต้นให้ถี่ และระยะระหว่างแถว คือ ชานดินที่เป็นขั้นๆ ให้***ง เพราะให้ส่วนแบ่งขั้นกระไดน้อยลง โดยใช้ระยะ ๒.๕x๙ เมตร ๓x๗ เมตร หรือ ๓x๘ เมตร (๓)ราคาน้ำยาง ถ้าเป็นสวนยางขนาดเล็ก เช่น สวนยางขนาดอาณาจักรไม่เกิน ๕x๖ ไร่ งกจะสิงปลูกพืชอื่นเก็บกินประสบความสำเร็จถาวรทุกๆ ปี เช่น พืชล้มลุก หรือพืชอายุนานแต่ฯลฯเล็กๆ เช่น กล้วย พริก สับปะรด ในกรณีนี้จะปลูกต้นยางโดยใช้แบบรั้วแถวเดียวก็ได้ แต่ละแถวให้***งกันแค่ ๒ เมตร หรือจะใช้แถวคู่ก็ได้ แต่ต้องให้ระยะแถวคู่แต่ละคู่***งกัน ๑๖-๑๘ เมตร และแถวคู่ทุกๆ แถว ต้องปลูกต้นยางเป็นรูปฟันปลา***งหัน ๒.๕x๔ เมตรการปลูกแบบรั้วแถวคู่โดยใช้ระยะดังบอกนี้ อาจจะแก้ตัวปัญหาต้นยางโคลงเคลงออกได้ดีขึ้น การใช้ระยะปลูกต้นยางตามข้อ (๓) เป็นแบบที่ไม่ดีนัก ด้วยเหตุว่าเป็นแบบที่ต้นยางอยู่ชิดกันเกินไป และเป็นแบบที่เปลื้องทุ่งให้โล่งแจ้ง ถูกแดดแผดเผามาก วัชพืชเจริญไว ถ้าไม่ใช้ไร่ที่ว่างอยู่นี้ให้เกิดประโยชน์ประสบความสำเร็จถาวรแล้ว ไม่ควรใช้ระยะปลูกแบบนี้ นอกจากปรากฏข้อเสียดังพูดแล้ว การปลูกแบบนี้ยังปลูกต้นยางได้น้อยต้น คือ ปลูกได้ไร่ละประมาณ ๕๐-๖๐ ต้น แต่ และถ้าปลูกแถวคู่ ต้นยางอาจจะไม่ปราศจากข้อเสียเต็มที่ และต้นมักจะโยกออก เพราะฉะนั้น ก่อนที่จะปลูกแบบนี้ จะต้องคิดให้รัดกุมก่อนว่า จะใช้ไร่ที่ว่างปลูกอะไรแน่ และพืช ที่จะปลูกนั้นจะได้ผล ช่วยให้มีรายได้เติมให้มากขึ้นกว่าที่จะปลูกต้นยางวิธีอย่างเดียวหรือไม่ สวนยาง สวนยาง (แสดงให้เห็นระยะ***งของต้น) ๔. การวางแนว และปักหมุด (มบ หรือชะมบ) จนถึงพิพากษาใจว่า จะปลูกแบบใด และจะให้ระยะเท่าไรแล้ว ขั้นต่อไป คือ การปักหมุด และการขุดหลุม ก่อนที่จะขุดหลุมจำเป็นต้องจะต้องรู้เสียก่อนว่า จะขุดตรงไหน ต้นยางจึงจะขึ้นเป็นแถวเป็นแนวได้กฎระเบียบ ถ้าจะปลูกแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า หรือปลูกแบบถนนบนทุ่งหญ้า หรือบนเนิน หรือบนควนเตี้ยๆ ซึ่งไม่สูงชั้นตราบใดขนาดต้องทำชานดินเป็นขั้นกระไดอ้อมไปตามไหล่ควน หรือเนินแล้ว ควรจะปลูกให้เป็นรูปรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าให้ตั้งได้ฉากซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้น ก่อนที่จะขุดหลุมจะต้องปักหมุด หรือปักมบให้เห็นมั่นใจเสียก่อน เครื่องใช้ และวัสดุอุปกรณ์ที่จะใช้ในการปักหมุดมีทั้งนี้ ๑) ราคาน้ำยางพาราไม้ฉากขนาดใหญ่ ทำเองได้โดยใช้ไม้ไผ่ หรือไม้อะไรก็ได้ยาว ๓ เมตร ๔ เมตร และ ๕ เมตร (หรือจะใช้ให้สั้นหน่อย โดยใช้ขนาด ๓ ฟุต ๔ ฟุต และ ๕ ฟุตก็ได้) มาประกอบเป็นรูปสามเหลี่ยม หรือเป็นไม้ฉากขึ้น มุมที่ตรงกันข้ามกับด้านที่ยาว ๕ เมตร (หรือ ๕ ฟุต) จะเป็นมุมฉาก ๒)ราคาน้ำยาง เกลียวเชือก ลวด หรือหวายขนาดยาว ถ้าได้ขนาดยาวมากๆ ยิ่งดี แต่ไม่ควรสั้นกว่า ๒๐ เมตร เชือก ลวด หรือหวายดังเอิ้นนี้ ควรขึงให้อยู่ตัวก่อนจะดีมาก ที่เชือก ลวด หรือหวายให้ทำเครื่องมือหมายระยะปลูกไว้เป็นระยะๆ ถ้าใช้ระยะ ๓ x ๘ เมตร ทุกๆ ระยะ ๓ เมตร ให้เขียนหนังสือสีแดง หรือผูกผ้าแดงไว้ ส่วนระยะอีกด้านหนึ่ง ซึ่งต้องใช้ระยะ ๘ เมตร จะใช้สายเชือก ลวด หรือหวายเส้นอย่างเดียวกัน หรือจะใช้อีกเส้นเพียงผู้เดียวต่างหากก็ได้ โดยเขียนหนังสือสีอื่น เช่น สีเหม็นเขียว หรือผูกผ้าสีเหม็นเขียวเป็นสิ่งของหมายทุกระยะ ๘ เมตร ต้นยางพันธ์เดิมซึ่งเป็นชนิดเลว การปรับพท.ที่เป็นเนิน หรือควรเขาอย่างบันได ตราบใดจัดเตรียมข้าวของเครื่องใช้เครื่องมือใช้ธรรมดาๆ ดังบอกข้างต้นแล้ว ขั้นต่อไปควรสังเกตวางทิศทางว่า จะตั้งต้นปลูกจากไหนไปไหน จะให้แถวต้นยางตรงไปทางทิศใด เพราะด้วยต้นยางจะได้รับแสงตะวันมากมุทธา ขณะตกลงใจจะให้แถวต้นยางไปทางทิศไหนแล้ว ให้ลากทาม 1 ลวด หรือหวาย ที่ทำเครื่องหมายไว้จบตามแนวที่ประสงค์ แล้วปักหมุดไว้ จากหมุดแต่ละหมุด ให้ลากเส้นตัดให้ได้ฉากซึ่งกันและกัน โดยอาศัยไม้ฉากที่จัดเตรียมไว้เหตุด้วยชี้แนว จะให้ตรงไปทางทิศใด เบา ทำไปทีละแนว และปักหมุดไว้เป็นระยะๆ จะได้แนวที่ขนานไปดุจเป็นเขบ็จขบวนเรียบร้อย เหตุด้วยปลูกต้นยางต่อไป ๕. การทำชานดินขั้นบันไดให้ได้ตำแหน่ง ที่ดินที่เป็นเนิน หรือควนสูงยังใช้ทำกำไรได้ โดยปรับพท.ให้เป็นชานดินยังกะกับขั้นบันได ให้ได้ลำดับขั้นขนานไปกับพื้นดิน แต่บางทีอาจต้องทำชานดินเป็นชั้นๆ อ้อมไปตามไหล่เนิน หรือควนทั้งลูก เครื่องมือในการหาตำแหน่งวิธีไม่ยุ่งยาก เช่น ใช้ตำแหน่งน้ำในสายยางชนิดใส หรือใช้ไม้แนวขั้นซึ่งมีขาสูงเท่ากัน ๒ ขา มีลำดับชั้นน้ำติดไว้ตรงกลางของไม้ยาวที่ยึดขาทั้ง ๒ ไว้ หรือจะใช้ "ดิ่งหน้าจั่ว" ซึ่งมีเกลียวเชือกผูกลูกดิ่งห้อยลงจากมุมบนของหน้าจั่วตกลง ความเอ้ของ "ดิ่งหน้าจั่ว" คือ ทุกๆ ครั้ง ที่เกลียวเชือกลูกดิ่งจากมุมบนของจั่ว อยู่ที่จุดรวมของฐานจั่ว ขาของหน้าจั่วที่ ยื่นออกไปเท่ากันทั้ง ๒ ข้าง จะอยู่ในเกรดเพียงอย่างเดียวกันตราบใดตั้งต้นจากจุดเพียงผู้เดียว สมมุติว่า ขาของจั่วข้างโดด 2วางอยู่ตรงหมุดที่ ๑ และขาอีกข้างหนึ่งวางอยู่ที่หมุดที่ ๒ ขณะขยับขาจั่วทั้ง ๒ ข้างให้เส้นดิ่งอยู่ตรงจุดรวมของฐานจั่ว ขั้นของขาจั่วอยู่ตรง หมุดที่ ๓ ก็จะได้ขั้นอันเดียวกันกับหมุดที่ ๒ และจะอยู่ในเกรดเพียงอย่างเดียวกันกับหมุดที่ ๑ ด้วย ทำร่ำไป ไปตามวิธีนี้ เกรดที่จะได้ ตรงหมุดที่ ๔-๕-๖ และต่อๆ ไปจะเท่ากันเสมอ และถ้าทำไปรอบๆ เนินจะวนกลับมาถึงหมุดที่ ๑ หน้าจั่วที่จะใช้ ควรให้สูงคาดคะเน ๒ เมตร เหตุด้วยระยะระหว่างขาจั่วทั้ง ๒ ข้าง จะถ่างให้ตรงพอดีกับระยะปลูกที่งกได้ยิ่งดี เช่น หน้าจั่วก้าวไป ๒ หนให้ได้ระยะ ๓ เมตร พอดีที่จะปักหมุดเพื่อปลูกต้นยาง ๑ ต้น การหาลำดับขั้นทำขั้นกระได ควรจะทำจากยอดเนินลงมา ระยะระหว่างขั้นควรให้ระยะตาม ข้อ ๓(๒) ข้างต้น ระยะขั้นจะถี่***งพ่างใดนั้น ขึ้นอยู่กับความชันของเนิน หรือควนด้วย ถ้าชันมากจะใช้ระยะถี่ขึ้นเล็กน้อยได้ (ระยะที่บอกนี้ หมายถึง ระยะถี่***งกันทางโพยมของต้นยาง หามิได้ระยะที่วัดบนดินที่ลาดเป๋) การทำชานดินเป็นขั้นบัน ได เป็นเหตุให้ใช้นาได้ค่าขึ้นสับเปลี่ยนจะทิ้งที่ดินที่เป็นควนเขาให้เสียไป การปลูกต้นยางเกษตรควนเขาตามวิธีนี้ประสบความสำเร็จช่วยเก็บน้ำ และเก็บรักษาดินมิให้พังทลายด้วย ชานดินดังเอิ้นนี้จะเกิดขึ้นได้ โดยตัดดินลึกเข้าไปในเนินราวกับกับจะทำถนนเลาะเขา แนวชานดินโล่งใกล้เคียง ๑.๕-๒ เมตร โคลงเคลงย่างเหยียบทางเนิน น้ำฝนที่ตกลงมาจะไหลเข้าในเนินดิน จะมีคัน ดินด้านนอกกั้นมิให้น้ำไหลตกลงมาจากชาน ๖. การขุดหลุม และเตรียมการเหตุด้วยปลูก ขณะปักหมุดอ่อนโยนแล้ว ขั้นต่อไป คือ การขุดหลุมตรงที่ได้ปักหมุดไว้แล้วทุกหมุด แผนภาพแสดงการขุดหลุมปลูกต้นยางพารา แผนภาพแสดงการขุดหลุมปลูกต้นยางพารา หลุมที่จะขุด ควรขุดให้ได้ขนาดกว้าง ๕๐ เซ็นติเมตร กลมหรือรูปสี่เหลี่ยมก็ได้ และให้ลึกเดา ๕๐ เซนติเมตร ขนาดของก้นหลุมให้แคบกว่าปากหลุมเล็กน้อย ดินที่ขุดขึ้น ควรขุดแยกดินบนไว้ต่างหากจากดินชั้นล่าง ตากแดดไว้กะ ๑๐-๑๕ วัน ครั้นเมื่อดินแห้งแล้ว ให้ย่อยดินชั้นบนให้ร่วน แล้วกวาดลงหลุมไปตามเดิม ย่ำดินให้แน่นพอเหมาะสม กะให้สูงจากก้นหลุมใกล้เคียง ๒๕-๓๐ เซ็นต์ ถ้าไม่พอก็ให้กวาดหน้าดินที่อยู่รอบๆ หลุมด้วยตกลง แล้วจึงกวาดดินล่างซึ่งผสมกับปุ๋ยร็อคฟอสเฟต หลุมละเดา ๑/๒ กระป๋องซิกาแรต เติมลงไปจนเต็มหลุม ดังนี้เนื้อๆการปลูกเหตุเดิมทาบกิ่งเขียว ซึ่งเป็นต้นเล็กมากเฉพาะ ถ้าต้นที่ใช้ปลูกเป็นต้นขนาดใหญ่ รากลึกลงไปเกือบถึงก้นหลุม จะต้องใช้ดินบนผสมปู๋ยเอาไว้ก้นหลุม รากต้นยางจึงจะได้อาหารการกินตามงก เสร็จแล้วให้ปักหมุดไว้ตรงกลางหลุมตามเดิมกระทั่งจะถึงเวลาปลูก ถ้าหากเห็นว่าจะต้องรอเวลาอีกนาน กว่าจะปลูก จะเก็บปุ๋ยเอาไว้ผสมกับดินล่างจนถึงจะปลูกต้นยางตกลง ราคาน้ำยาง ๗. การปลูกต้นยาง ต้นยางที่จะใช้ปลูกจะต้องฯลฯยางกลุ่มดี ซึ่งมีสภาพหลาย กัน คือ ราคาน้ำยางพารา (๑) กล้ายางกลุ่มดี (หรือถ้าจะติดตาในแปลงก็จะต้องปลูกกล้าธรรมดาไว้ก่อน) ต้นกล้ายางตระกูลดีที่จะใช้ปลูกมี ๓ ขนาด ด้วยกัน คือ กล้าขนาดเล็ก โคนต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลาง ๑.๕-๒ เซ็นต์ กล้าขนาดกลาง โคนต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลาง ๒-๓.๕ เซ็นติเมตร กล้าขนาดใหญ่ โคนต้นมีเส้นผ่านแกนกลางตั้งแต่ ๓.๕ ซม.ขึ้นไป กล้าขนาดใหญ่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการถอนต้นแพงกว่ากล้าขนาดที่เล็กกว่า ต้นกล้าที่พอเหมาะแก่การปลูก คือ ต้นกล้าขนาดกลางซึ่งไม่เล็ก และไม่ใหญ่เกินไป สะดวกทั้งในการขุดถอน และการขนย้ายเข้าปลูกในสวน กล้าที่จะเอาไปปลูกนี้จะต้องตัดเอาส่วนยอดซึ่งมีกาบสีเขียวออก ให้มากเกินส่วนที่เป็นสีเหม็นเขียวปนผิวสองสีแค่ ๑๐-๑๕ เซนติเมตร และตรงที่ตัดยอดออก ควรจุ่มด้วยขึ้นผึ้งเหลวเสียก่อน เพราะปกป้องมิให้น้ำฉลองในต้นระเหยออกเร็วเกินไปต้นกล้าที่ถอนขึ้นจากดินแล้ว (ถ้าถอนไม่ขึ้นควรใช้เสียมขุดช่วย) ถ้าเป็นขนาดเล็กจะมีรากแก้วยาวเดา ๒๐-๓๐ เซ็นต์ ถ้าขนาดกลางรากแก้วยาวประมาณ ๓๕-๔๕ เซ็นต์ กล้าขนาดกลาง และกล้าขนาดใหญ่อาจมีรากแขนงยาว ควรตัดออกเสียบ้างให้มากเกินเดา ๑๐-๑๕ เซนติเมตร การปักชำต้นยางด้วยตายางประเภทดี การปักชำต้นยางด้วยตายางชนิดดี ขณะอายุใกล้เคียง ๔-๕ เดือน ก่อนย้ายไปปลูกในสวนยาง (๒) แหล่งเกิดตอน คือ ที่เกิดที่ติดตาไว้แล้ว แต่ตายังไม่แตกยอด ถ้ามีแปลงขนายชนิดยาง และมีต้นกล้าซึ่งจะใช้เป็น "ต้นตอ" เพราะว่าติดตา ได้ขนาดสำหรับปักชำอยู่เสร็จแล้ว พ่างแต่ต่อตาในแปลงต้นกล้า แล้วย้ายไปปลูกในสวน จะทุ่นเวลาและค่าใช้จ่ายในการ ดูแลอนุรักษ์สวนราว ๑ ปี การถอนแหล่งเกิดที่ติด ตาแล้วให้กระทำเช่นหนึ่งเดียวกับถอนต้นกล้า แต่จะต้อง จงระวังตาที่พึ่งติดไว้มิให้บอบช้ำ โดยปกติจนถึงแน่แก่ใจ ว่าตาติดแน่แล้ว แต่ยังไม่ผลิออกมาก็เป็นอันย้ายได้ ก่อนจะย้ายต้นมา ให้ตัดยอดให้เหลือหลอพาง ๑๐-๑๕ เซ็นต์ นอกเหนือรอยต่อตาหรือให้หลงเหลือพ่าง ๕-๖ ซม. ถ้าเป็นแหล่งเกิดทาบกิ่งเหม็นเขียว ข้อควรระมัดเฝ้าเพราะด้วยการปลูกบ่อเกิดตอนก็คือ ตราบใดย้ายเอาไปปลูกในสวนแล้ว บ่อเกิดตอนบางต้น ตายางจำพวกดี ที่ติดไว้อาจจะแห้งตายไป และมีตาของลำต้นเดิมงอกออกมาแทน โดยที่คนคิดสวนยางอาจทราบผิดคิดว่างอกจากตายางจำพวกดี จึงปลงให้โตขึ้นโตขึ้นต่อไปกลายเป็นอาทิยางประเภทเลวแทรกอยู่ (๓) ต้นต่อตา คือ ต้นทาบกิ่งที่ตางอกฯลฯสูง เดา ๑ เมตรแล้ว การปลูกด้วยต้นทาบกิ่ง จะเสียค่าใช้จ่ายสูงกว่าต้นที่ใช้ปลูกในสภาพวิธีอื่นที่กราบทูลมาแล้ว เพราะต้นติดตาดังบอกนี้ ส่วนมากมีอายุเดา ๒ ปี นับตั้งแต่ปีที่โหมโรงปลูกแหล่งเกิดเป็นอาทิมา หรืออายุเดา ๑ ปีถ้าเป็นอาทิทาบกิ่งเขียว เพราะเพราะฉะนั้น ในการขุด การถอน และการย้าย ตลอดจนการปลูก จะต้องเสียเวลา และค่าใช้จ่ายแพงกว่าต้นเล็กๆ บ้าง ยกเว้นนั้น หลุมที่ขุดจัดเตรียมไว้ จะต้องใหญ่ และต้องลึกกว่าปกติอีกด้วย ในปัจจุบันนี้นี้ เชี่ยวชาญสังสรรค์ต้นทาบกิ่งเขียวในถุงพลาสติก ได้นานเดา ๑ ปี จึงเห็นว่า การใช้ต้นต่อตาเขียวอายุ ๑๐-๑๒ ดวงเดือนปลูก จะทุ่นเวลาได้ ถึง ๑ ปี คือ ต้นยางที่ปลูกไว้จะกรีดได้ด้านใน ๔ ปีเพียงนั้น ผลัดเปลี่ยนจะเป็นเวลา ๕-๖ ปี การติดตาต้นยางด้วยตายางชนิดดี การต่อตาด้วยยางกลุ่มดีกับต้นกล้าอายุ ๔-๕ แข วิธีทาบกิ่งแบบใหม่ โดยตอนตั้งแต่แหล่งเกิดยังเหม็นเขียวอยู่แก่เท่า ๓-๔ พระจันทร์แค่นั้น ร่นเวลาได้มาก ปลูกก็ง่ายขึ้น ตายางที่ จะใช้ติดก็หาง่ายขยายพันธุ์ได้เร็ว การทาบกิ่งตามวิธีใหม่นี้เอื้อนว่า "การปักชำเหม็นเขียว" ต้นตอตามวิธีนี้อื้นว่า ต้นตอตาเหม็นเขียว แต่ทั้งหมด ไปมักร้องเรียกว่า ต้นทาบกิ่งเขียว ๘. วิธีปลูก ก่อนที่จะย้ายต้นยางที่จะใช้ปลูก ไปยังสวน จะต้องปรากฏว่า ๑) มีฝนตกชุก และดินชุ่มชื้นมากพอควร เปลาะนี้เป็นเรื่องเด่นมาก ถ้าปลูกในระยะที่ฝนยังไม่ชุกมากไม่ใช่เล่น และดินยังไม่ชุ่มชื้นพอ จะทำเอารากไม่เจริญเติบโต และขาดตอนงันไปเป็นการชั่วคราว กว่าจะตั้งตัวใหม่ได้อาจต้องกินเวลาหลายวัน หรือถ้าแล้งมาก ต้นอาจตายก็ได้ ๒) มีกำลังแรงงานที่จะช่วยกันปลูกไว้กับเพรียง ถ้าปลูกจบสิ้นในวันเพียงอย่างเดียวกันกับที่ได้รับต้นยางมาจะดีมาก หากปลูกไม่ทันในวันนั้น จำเป็นต้องจะต้องเขยื้อนไปในวันรุ่งขึ้น ต้องสรงน้ำที่ต้น และราก ให้ชุ่มชื้น ถ้าเอาไปเก็บไว้ในที่ที่ให้ปลายรากแช่น้ำเล็กน้อยได้ยิ่งดี ในการชี้นำต้นยางลงปลูก ถ้าเป็นหลุมที่กลบดินจัดเตรียมไว้แล้ว ให้ใช้ไม้แทงลงไปตรงกลางหลุม หรือใช้เสียมขุดเป็นหลุมตรงลงไป ควรใช้ไม้วัดรากแก้วตั้งแต่โคนต้นลงไป จนถึงปลายราก ว่ายาวเพียงไร แล้วจึงแทง หรือขุดเป็นหลุมลึกลงไปเท่าที่วัดได้ จนถึงสอดต้นลงไปแล้ว ปลายรากจะจดถึงก้นหลุมที่แทงหรือขุดไว้พอดี และโคนต้นจะอยู่ที่ระดับพื้นดินเดิม แล้วย่ำรอบๆ ดิน จะได้แน่น ปราศจากโพรงดินฟ้าอากาศที่น้ำจะสึงค้างอยู่ได้ ได้ผลรักษามิให้ดินโคลนต้นยุบลงเป็นแอ่งขังน้ำ ซึ่งจะทำเอาต้นยางแช่น้ำตายได้ การปลูกต้องแวดอย่าให้รากแก้ว และรากแขนง งอบิดงอ หลังจากปักชำแล้ว หลังจากปักชำแล้ว ๓ อาทิตย์ ตายางชนิดดีจะติดเป็นเนื้ออันเดียวกับต้นกล้า ตุ่มที่เห็นบนแผ่นตาสีเขียว คือตายางที่จะงอกฯลฯยางจำพวกดีต่อไป การติดตาในสวนที่หลุมปลูกนั้น จะต้องทาบกิ่งกับ ต้นกล้าที่ปลูกไว้แล้ว ต้นตอหรือต้นกล้าที่กราบทูลนี้อาจจะเกิดขึ้นได้ ๒ วิธี วิธีที่ ๑ เอาต้นกล้าขนาดเล็กจำพวกสามัญมาปลูกไว้ก่อน วิธีที่ ๒ เอาเมล็ดมาเพาะให้ฯลฯกล้าในหลุม ปลูก หรือเพาะเมล็ดผลไม้เสียก่อน แล้วย้ายเมล็ดงอกเอาไป ปลูกที่หลุมปลูก ครั้นเมื่อต้นกล้าอายุ ๓-๔ พระจันทร์ขึ้นไป คือ ต้นเกริ่นมี สีผิวสองสีบ้างแล้ว ก็ใช้เป็นเหตุเดิมเพราะทาบกิ่งได้ ๙. ประเภทยางที่ควรใช้ปลูก ควรใช้พันธุ์ยางที่ปรากฎผลดีมาแล้ว คำว่า "ผลดี" ในที่นี้มิได้หมายถึง ผลดีแต่เท่านั้นน้ำยาเคมีงอย่างเดียว ต้นยางที่ให้ผลดี หรือที่เรียกว่ากลุ่มดีนั้น อย่างน้อยจะต้องกอปรด้วย คุณวุฒิต่อไปนี้ด้วย ๑) ให้น้ำยาเคมีงสูงกว่าต้นยางปรกติ ๒) เปลือกนอกหนา ๓) ปกที่ถูกกรีดแล้วงอกใหม่เร็ว ๔) ความโตขึ้นของลำต้นบ่อยดี มิได้พอกรีดแล้วต้นหยุดโตขึ้น หรือเติบโตช้ามาก หรือล้ำต้นพลิกผันรูปไป ๕) เปอร์เซ็นต์เป็นโรคปกแห้งมีน้อย หรือไร้เลย ยางจำพวกดีหลายชนิดที่ให้น้ำยาเคมีงมาก แต่กรีดน้ำยางให้ออกมากไม่ได้ มักจะกลายเป็นโรคเปลือกนอกแห้ง และกรีดน้ำยางไม่ออกอีกต่อไป ๖) ต้นแข็งแรง พุ่มใบไม่ใหญ่เกินไป ทนต่อความแรงของลม หรือพายุได้ดี การที่จะให้รู้ว่า กลุ่มยางชนิดใดจะมีลักษณะดีตามคุณสมบัติดังพูดข้างต้นจริงหรือไม่ ต้องใช้เวลานานมาก จะต้องกรีดประลองเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑๐-๑๕ ปีขึ้นไป นับตั้งแต่ปีที่ขึ้นต้นกรีดได้ ต้นตำรับสวนยางจึงไม่ควรจะลองต่อการใช้ชนิดยาง ที่ทึ่มสมบัติ 2อันโดยความเป็นจริง และไม่ควรตื่นไปตามคำโฆษณาชวนเชื่อ ข้อที่เอ้ยอด อย่าคิดแต่เหตุการณ์น้ำยาเคมีงมากแบบเดี่ยว ให้คิดถึงคุณลักษณะอื่นๆ สร้าง ในระยะนี้ มีจำพวกยางของต่างประเทศหลายชนิด ที่อยู่ในระหว่างการทดลอง หลายประเภทอำนาจให้ผลเป็นที่น่าพอใจ และก็มีหลายตระกูลเหมือนกันไม่ให้ผลดี ได้คัดทิ้งไปแล้วเป็นปริมาณมาก และเชื่อว่า ยังจะต้องคัดทิ้งต่อๆ ไปอีก ยังไม่แน่แท้ว่า จำพวกสดๆ ร้อนๆ ที่พลังลองอยู่ มีตระกูลอะไรบ้างที่เด่นในเรื่องนี้ ควรปรึกษาหารือกรมวิชาการทุ่ง แผนภาพแสดงวิธีขุดหลุมปลูก แผนภาพแสดงวิธีขุดหลุมปลูก และการปลูกต้นยางในหลุม ต้นยางในภาพเป็นที่เกิดปักชำ ประเภทยางที่มีลักษณะ และสรรพคุณดี ที่ใช้ปลูก ในสมัยนี้นี้ มีอยู่หลายตระกูล เช่น ๑) ถ้าใช้ในการติดตา ควรใช้ตระกูลพีอาร์ ๑๐๗ (PR 107) และอาร์อาร์ไอเอ็ม ๖๐๐ (RRIM 600) สองประเภทนี้ ควรปลูกในทุ่งที่อุดมปราศจากข้อเสียดีโดยแท้จริง และในที่ที่ปลอดโรคใบร่วงชนิดไฟทอพทอรา กับจำพวก พีบี ๕/๕๑ (PB 5/51) จีที ๑ (GT 1) และพีอาร์ ๒๕๕, พีอาร์ ๒๖๑ (PR 255, PR 261) ๒) ถ้าใช้เล็ดหรือต้นกล้าตระกูลดี ในสมัยนี้นี้ ไม่นิยมใช้เมล็ดปลูกกันแล้ว เนื่องมาจากหากล้าชนิดดีได้ยาก และมักจะมิได้ประเภทแท้ สวนยางขนาดใหญ่ๆ ในมาเลเซียมีค้าขายอยู่บ้าง ต้นยางทาบกิ่งจำพวกดีอายุใกล้เคียง ๔ พระจันทร์ ต้นยางติดตาจำพวกดี อายุเดา ๔ ดวงจันทร์ ประเภทยางดีชั้นรองๆ ลงไปยังมีอีกหลายกลุ่ม มีทั้งจำพวกที่ผสมในประเทศไทย และในต่างประเทศ๑ ยังไม่ควรใช้ปลูกให้มากนัก จนถึงจะทราบผลแน่แท้ ของทางร. หรือของเอกชนที่ประลองอยู่แล้ว เช่น ชนิดเคอาร์เอส ๒๓ พีบี ๒๘/๕๙ อาร์อาร์ไอเอ็ม ๗๐๓ (KRS 23, PB 28/59, RRIM 703) ตระกูลยางที เจไออาร์ ๑ (TJIR 1) แม้ว่าจะเป็นชนิดเก่าซึ่งทางร.ไม่ชักชวนให้ปลูก แต่ผลที่ตระหนักอยู่มีขึ้นว่า ในที่บางแห่งปลูกได้ผลดีมาก ฉะนั้น ผู้ปลูกจะต้องพิจารณาดูว่า ถ้าที่ใดปลูกประเภทอะไรได้ผลดี ก็ควรปลูกจำพวกนั้นต่อไปได้ ๑ เพราะมีการผสมกลุ่มยาง เหตุด้วยให้ได้จำพวกที่ดีกว่าโทรศัพท์กันมาทุกปี ในระยะต่อมาจึงมีการใช้ยางชนิดหยกๆ มากขึ้น

ราคา 399 บาท

  • ผู้ลงประกาศ : ราคาน้ำยางพารา
  • ความต้องการ : ต้องการขาย
  • สภาพสินค้า : สินค้าใหม่
  • วันที่ลงประกาศ : 30 พ.ค. 2560
  • อัพเดทล่าสุด : 30 พ.ค. 2560 21:33:36 น.
  • ที่อยู่ : ราคาน้ำยาง
  • จังหวัด : โพสต์ฟรี กรุงเทพมหานคร
  • เบอร์โทรศัพท์ : 0923345567
  • Email : fabedt@gmail.com